ทําเว็บไซต์ขายของออนไลน์ ทำได้ง่าย เพียงรู้เทคนิค

ทําเว็บไซต์ขายของ

 

จุดเริ่มต้นของ ทำเว็บไซต์ขายของ  E-Commerce นี้มีมาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1990 เมื่อ Amazon คิดอยากลงขายหนังสือผ่านทางเว็บไซต์ เสมือนเป็นจุดกำเนิดวงการขายของออนไลน์ จวบจนปัจจุบันวงการนี้กลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าหลายพันล้าน  อีกทั้งยังมีสินค้าหลากหลายประเภท ให้ผู้บริโภคได้เลือกหาตั้งแต่ อาหารไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์จากร้านค้า หรือ เว็บขายของ  ซึ่งวิธีการทำ สามารถทำง่ายได้ง่ายๆ ไม่ต้องมีพื้นฐาน คุณก็สามารถ ทำเว็บไซต์ขายของ เองได้ ซึ่งในบทความนี้เราจะมาแชร์วิธีการสร้าง เว็บไซต์ ecommerce รวมถึงแชร์ role model ที่น่าสนใจมากให้คุณได้ศึกษาเป็นเคสตัวอย่างด้วย

 

เว็บไซต์ ecommerce คืออะไร?

การ ทำเว็บไซต์ขายของ หรืออีคอมเมิร์ซ คือกระบวนการขายสินค้า และบริการผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยที่ลูกค้าจะเข้ามาที่เว็บไซต์ เพื่อเลือกซื้อสินค้า และชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อได้รับการแจ้งชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ผู้ขายถึงจะทำการจัดส่งสินค้า หรือยืนยันการเข้ารับบริการ

 

จากการวิจัยของบริษัทที่ปรึกษา McKinsey & Company คาดการณ์ว่าสินค้าในหมวดหมู่ต่างๆ บน เว็บไซต์ ecommerce จะยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมากกว่า 35% รวมถึงสินค้าประเภทยา ที่หาซื้อได้ง่าย โดยไม่ต้องไปขอใบจ่ายยาจากแพทย์

 

เทคนิคการ สร้างเว็บไซต์ขายของ เป็นของตัวเองต้องทำอย่างไร

สร้างเว็บไซต์ขายของ

 

ขั้นตอนที่ 1 เลือกระบบจัดการเว็บไซต์สำเร็จรูป

รากฐานของการสร้างเว็บไซต์ หรือการ ทำเว็บไซต์ขายของ ก็คือระบบจัดการเนื้อหา (CMS) ปัจจุบันมีระบบจัดการเนื้อหาหลากหลายให้เลือกตั้งแต่แพลตฟอร์ม open-source อาทิเช่น WordPress ไปจนถึงเครื่องมือสร้างเว็บไซต์แบบครบวงจรที่เป็นมิตรกับมือใหม่ เช่น Shopify หรือ Squarespace  ซึ่งขึ้นอยู่กับงบประมาณ ประสบการณ์ และความต้องการเฉพาะด้านว่าคุณต้องการให้ เว็บขายของออนไลน์ ของคุณทำอะไรได้บ้าง ซึ่งเราได้ยกตัวอย่าง CMS ยอดนิยมมาให้คุณได้ลองศึกษาทั้งหมด 5 แพลตฟอร์มดังนี้

 

  • WordPress: CMS ชั้นนำของโลกที่สามารถให้ผู้ใช้งานปรับแต่งได้มากที่สุดตัวหนึ่ง
  • Shopify:โซลูชันอีคอมเมิร์ซที่เหมาะสำหรับการสร้างธุรกิจ Drop Shipping
  • Squarespace: หนึ่งในเครื่องมือ สร้างเว็บไซต์ขายของ ที่ดีที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ระดับมืออาชีพอย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องมีประสบการณ์ด้านการออกแบบเว็บไซต์มาก่อน
  • Square Online: แพลตฟอร์มดีที่สุดสำหรับผู้ค้าปลีก ที่กำลังมองหาช่องทางการขายสินค้าด้วยตนเองผ่านทางออนไลน์
  • Wix: เครื่องมือสร้างเว็บไซต์แบบครบวงจร ใช้งานง่ายและปรับแต่งได้ตามความต้องการ

 

ขั้นตอนที่ 2 สร้างบัญชี (หรือใช้บริการเว็บโฮสติ้ง)

เมื่อคุณตัดสินใจได้ว่าจะใช้ CMS ทำเว็บไซต์ขายของ ขั้นตอนต่อไปคือการสร้างบัญชี  แต่หากคุณคิดจะสร้าง เว็บไซต์ ecommerce ด้วย WordPress ขั้นตอนต่อไปคือ การใช้บริการจากเว็บโฮสติ้ง  ซึ่งเว็บโฮลติ้งที่ดีจะรองรับการจดชื่อโดเมนฟรี, ใบ certificate SSL ฟรี รวมถึงการติดตั้ง WordPress แบบ one-click  ให้ ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนและความยุ่งยากให้กับคุณ หรือถ้าหากคุณได้อยากทำเอง สามารถติดต่อเอเจนซี รับทําเว็บ wordpress ได้เลยปัจจุบันมีอยู่หลายเจ้าที่รับทำให้ แต่หากคุณอยากขอคำปรึกษา สามารถติดต่อมาที่ ACE Digital Marketing เรามีทีมงานที่พร้อมดูแลคุณในทุกขั้นตอน

 

แต่ถ้าตัวเลือกของคุณคือเครื่องมือสร้างเว็บอย่าง  Shopify, Squarespace, Square Online หรือ Wix เพียงไปยังเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ และลงทะเบียนบัญชี และจดชื่อโดเมนเว็บไซต์ที่คุณต้องการ

 

ขั้นตอนที่ 3 เลือก Theme หรือ Template

สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ การวางธีม (theme) สำหรับ เว็บขายของ โดยธีม คือเทมเพลตสำเร็จรูปที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณมีรูปลักษณ์ที่สอดคล้องไปแนวทางเดียวกัน  ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มล้วนมีเทมเพลตให้คุณสามารถเลือกใช้ได้อย่างมาก โดยจะมีดีไซน์ที่ออกแบบมาเพื่อประเภทธุรกิจ หรือสินค้าที่คุณจะขาย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะสร้างเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซด้วย WordPress, Shopify, Wix หรืออื่นๆ ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเทมเพลตเลย

 

ขั้นตอนที่ 4 ปรับแต่ง Site และสร้าง Web Pages

หลังจากที่ได้ธีมหรือเทมเพลตแล้ว ขั้นตอนต่อไปของการ ทำเว็บไซต์ขายของ คือปรับแต่งไซต์ในส่วนต่างๆ  โดยเริ่มจากการอัปเดต header และ footer กำหนดค่าการนำทางในเว็บไซต์ (Site Navigation) ของคุณ จากนั้นจึงเริ่มสร้าง หน้าเว็บ จากหน้า homepage ไปยังหน้านโยบายการคืนเงิน และคืนสินค้า

 

ขั้นตอนที่ 5 สร้างรายการสินค้า

หลักจากได้เริ่ม ทำเว็บไซต์ขายของ แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการสร้างแค็ตตาล็อกสินค้า พร้อมด้วยรายชื่อสินค้าทั้งหมดของคุณ ในขั้นตอนนี้แนะนำให้จัดระเบียบ และหมวดหมู่รายชื่อสินค้าที่คุณต้องการขายให้เรียบร้อย เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ในอนาคต สามารถเข้ามาค้นหา และจัดการ ส่วนต่างๆ ได้ง่าย

 

ขั้นตอนที่ 6 ตั้งค่า Payment Gateway

สำหรับช่องทางการชำระเงินบน เว็บขายของออนไลน์ ส่วนใหญ่นิยมเลือกใช้ e- Banking, บัตรเครดิต/เดบิต, MobilePayment, PayPal หรือ FEDI  ซึ่งที่คุณควรวางแผนก็คือ จะเปิดให้มีการชำระเงิน ผ่านช่องทางใดบ้าง ซึ่งคุณต้องเลือกจากการใช้งานที่ปลอดภัย สะดวก ใช้งานง่าย

 

ขั้นตอนที่ 7 ทำการทดสอบ และเปิด public

ก่อนที่จะปล่อย public สิ่งที่คุณควรทำอีกครั้ง คือการตรวจสอบไซต์อย่างละเอียด ทุกปุ่ม ทุกลิงก์บนเว็บไซต์ต้องใช้งานได้  ที่สำคัญคือทำการทดสอบว่าสามารถเพิ่มสินค้าลงในรถเข็น และดำเนินการชำระเงินได้หรือไม่ แพลตฟอร์มส่วนใหญ่จะอนุญาตให้คุณทดสอบประมวลผลการชำระเงิน โดยไม่เรียกเก็บเงินจากบัตรเครดิตของคุณ ท้ายสุดควรตรวจสอบด้วยว่า  เว็บขายของออนไลน์ ของคุณมีหน้าตาและการทำงานอย่างไรบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ เป็นไปได้แนะนำให้ลองตรวจสอบประสิทธิภาพของไซต์บนเว็บเบราว์เซอร์ต่างๆ เมื่อตรวจสอบทุกอย่างละเอียดถี่ถ้วนดีแล้ว คุณก็สามารถเปิด public ได้เลย

 

โดยหลังจากนี้จะเป็นหน้าที่ของการตลาดดิจิทัลออนไลน์ต่างๆ ที่จะทำการโปรโมทเว็บของคุณ ซึ่งคุณสามารถเลือกทำได้หลากหลาย และหากคุณอยากให้ผู้คนค้นหาคุณเจอได้ก่อนใคร ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว สามารถเสิร์ชหา รับทําโฆษณา google ได้เลย ส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่นาน แต่ที่คุณต้องทำคือการจ่ายค่ายิงแอดเรื่อยๆ เพื่อดึง Traffic คนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์

 

ตัวอย่าง เว็บขายของออนไลน์ ยอดนิยมทั้งไทยและต่างประเทศ

เว็บไซต์ ecommerce

 

  • Lazada : ลาซาด้าเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  แพลตฟอร์มนี้เปิดให้ผู้ขายจากต่างประเทศที่ต้องการเจาะตลาดอินโดนีเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ไทย และมาเลเซีย เข้ามาเปิดร้านค้าขายของ ซึ่งจะมีไซต์แยกเฉพาะสำหรับแต่ละประเทศ
  • Shopee: ช้อปปี้ อีกหนึ่งแพลตฟอร์ม ทำเว็บไซต์ขายของ อีคอมเมิร์ซที่รับความนิยม มีจุดมุ่งหมาย คือมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่สะดวก รวดเร็ว มีความปลอดภัย ตรวจสอบสถานะการขนส่งได้  โดยอนุญาตให้ผู้ขายรายบุคคล และธุรกิจสามารถเข้ามาขายสินค้าบนแพลตฟอร์มได้
  • eBay: บริษัท เว็บไซต์ ecommerce สัญชาติอเมริกันที่ช่วยให้ผู้คนสามารถซื้อขายสินค้า และบริการได้ทั่วโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 2538 และได้กลายเป็นหนึ่งในตลาดออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งยังมีตัวเลือกการชำระเงิน และการจัดส่งที่หลากหลาย ปลอดภัยสำหรับผู้ซื้อและผู้ขายในการทำธุรกรรม
  • Amazon: บริษัทสัญชาติอเมริกันยักษ์ใหญ่มีการดำเนินธุรกิจที่หลากหลาย เดิมที Amazon เริ่มต้นจากการเป็นร้านหนังสือออนไลน์ และได้ขยับขยายจนกลายเป็นร้านค้าปลีกออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสินค้าให้เลือกหามากมาย ทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แฟชั่น หนังสือ ภาพยนตร์ และอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นต้นแบบของการ ทำเว็บไซต์ขายของ ที่หลายๆ เว็บนำมาเป็น role model อีกด้วย

ทําเว็บไซต์ขายของ อิสระทางรายได้ของคนรุ่นใหม่

เว็บขายของ

ธุรกิจ ทำเว็บไซต์ขายของ กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในโลกปัจจุบัน เพราะเป็นช่องทางการสร้างรายได้ที่ดี เหมาะสำหรับคนยุคใหม่ที่ต้องหาเงินจากหลายๆ แหล่งเพื่อเอาตัวรอด สามารถทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่จำเป็นต้องเก่งกาจมากมายก็สามารถ สร้างเว็บไซต์ขายของ ได้ด้วยการใช้งานผ่าน Google Site ซึ่งเครื่องมือ Google Site คือ โปรแกรมบริการสร้างเว็บไซต์ฟรีของทางกูเกิล ช่วยให้คุณสร้างเว็บไซต์ได้เอง สามารถปรับแต่งตามที่ต้องการโดยมีพื้นที่เก็บข้อมูลแบบไม่จำกัด เป็นโปรแกรมที่เหมาะสำหรับมือใหม่ที่มองหาทางเลือกที่ง่าย สะดวก ปลอดภัยในการทำ เว็บขายของออนไลน์ แต่ถ้าคุณไม่ต้องการความยุ่งยากหรือเสียเวลา สามารถหาผู้รับทำเว็บไซต์ E-commerce ได้เช่นกัน

 

บทสรุป ทำเว็บไซต์ขายของ ด้านออนไลน์ ทำได้ง่ายด้วยตนเอง

การ ทำเว็บไซต์ขายของ หรือเรียกอีกอย่างว่า อีคอมเมิร์ซ เป็นการขายสินค้าทางออนไลน์ สามารถสร้างได้ง่ายๆ ด้วย 7 วิธี การทำ เว็บขายของออนไลน์ ในยุคนี้มีการแข่งขันสูง แต่ก็เป็นช่องทางสร้างรายได้ที่ดี หากคุณรู้เทคนิค ซึ่งส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือการสร้างเว็บนั่นเอง เครื่องมือที่แนะนำก็คือ โปรแกรมจากกูเกิล เพราะเป็นบริการฟรี เหมาะสำหรับมือใหม่และคนรุ่นใหม่ไฟแรงในการลองใช้แบบเบื้องต้น หากใครที่อยากเป็นนักขายตัวยง จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้การสร้างเว็บไซต์ เพราะเป็นทางหนึ่งในการยกระดับยอดขายได้