Digital Footprint ติดตามลูกค้า เพื่อการตลาดที่ตรงเป้า

Digital Footprint

ร่องรอยของดิจิทัล หรือ Digital Footprint เป็นร่องรอยการใช้งานบนอินเทอร์เน็ตของบุคคลนั้นๆ หรือแบรนด์ทั่วไป ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ร่องรอยเหล่านี้คือข้อมูล พฤติกรรม และการโต้ตอบที่เรามีกับเว็บไซต์ แพลตฟอร์ม หรือบริการออนไลน์ต่างๆ ซึ่ง รอยเท้าดิจิทัล แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ Active Footprint และ Passive Footprint มีประโยชน์ในด้านการตลาดและการติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อทำการตลาดและโฆษณาที่ตรงเป้าหมาย มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคปัจจุบัน เนื่องจากผู้คนมีปฏิสัมพันธ์กับโลกดิจิทัลมากขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญคือต้องเข้าใจความเสี่ยงและประโยชน์ของเครื่องมือนี้ เพื่อให้สามารถปกป้องตนเองและข้อมูลส่วนตัวได้ แม้ว่าจะดีอย่างมากต่อ บริษัทรับทำการตลาดออนไลน์ แต่จรรยาบรรณและกฎหมายด้านสิทธิส่วนบุคคลก็เป็นสิ่งที่แบรนด์ต้องตระหนักถึง

Digital Footprint คืออะไร แบ่งออกเป็นกี่ประเภท

Digital Footprint คือ

เครื่องมือ Digital Footprint เป็นร่องรอยที่เราทิ้งไว้บนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล พฤติกรรม และการโต้ตอบกับเว็บไซต์ หรือพูดง่ายๆ ว่า Digital Footprint คือ ร่องรอยที่เราได้กระทำบนโลกอินเทอร์เน็ตนั่นเอง มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตลาดในยุคปัจจุบัน เนื่องจากช่วยให้นักการตลาดเข้าใจพฤติกรรมและความสนใจของผู้บริโภคได้ดีขึ้น จนสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนและสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดที่ตรงเป้าหมายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ ร่องรอยทางดิจิทัลนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

  • Active Digital Footprint

เป็นรูปแบบข้อมูล Digital Footprint ที่เราตั้งใจเปิดเผยหรือกระทำโดยเจตนาบนโลกออนไลน์ เช่น การโพสต์ เขียนบทความ แชร์ภาพ แสดงความคิดเห็นหรือรีวิว ข้อมูลส่วนตัวที่ลงทะเบียนบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน เป็นต้น

  • Passive Digital Footprint

เป็นข้อมูลที่เราทิ้งไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ จะถูกบันทึกหรือรวบรวมโดยเทคโนโลยีอัตโนมัติในขณะที่เราใช้งานอินเทอร์เน็ต เช่นที่อยู่ Ip คุกกี้ ประวัติการค้นหา หรือการติดตามการใช้งาน เป็นต้น

Digital Footprint ข้อดี ข้อเสียอะไรบ้าง ในด้านการตลาด

Digital Footprint ข้อดี ข้อเสีย

แม้ว่า Digital Footprint จะเป็นเครื่องมือการติดตามที่ดีต่อนักการตลาด แต่ว่าข้อเสียของตัวช่วยนี้กลับมหาศาล และเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก ผลเสียที่ตามมาอาจทำลายชีวิตคนคนหนึ่งได้เลย มาดูกันว่าร่องรอยเหล่านี้มี Digital Footprint ข้อดี ข้อเสีย อย่างไรบ้าง

 

ข้อดีของ Digital Footprint

  • บุคคลทั่วไป

สำหรับบุคคลทั่วไปนั้นก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ แต่จะเป็นกรณีไป เพราะสำหรับบุคคลธรรมดาทั่วไป มักจะเป็นอันตรายมากกว่า ส่วนนี้เป็นประโยชน์ในด้านการติดตามประวัติการเข้าชมของเด็กๆ และเป็นหลักฐานที่สำคัญในกรณีที่เกิดการฟ้องร้องขึ้น 

 

  • Hr ของบริษัท

ส่วนนี้ทางบริษัทจะรับใครเข้าทำงาน ทาง Hr ก็จะมีการเข้าไปดูโพสต์ต่างๆ บนโซเชียลมีเดีย เพื่อดูว่ามีความคิดเห็นอย่างไร ลักษณะนิสัยดีหรือไม่

 

  • แบรนด์และธุรกิจ

ประโยชน์สำหรับแบรนด์และธุรกิจนั้นโดดเด่นที่สุด เพราะสำคัญในการใช้เพื่อติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภค ทำการตลาดและโฆษณาที่ตรงเป้าหมาย นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้า ปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการ และตัดสินใจทางธุรกิจได้

 

ข้อเสียของ Digital Footprint

  • บุคคลทั่วไป

การถูกติดตามพฤติกรรมบนออนไลน์คือความเสี่ยงที่ข้อมูลจะรั่วไหลนั่นเอง เป็นการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้คนอื่นรู้ เราจะสูญเสียความเป็นส่วนตัว และอาจถูกโจมตีจากโจรออนไลน์ เช่น การแฮ็ก การหลอกลวงหรือการคุกคาม แถมเรายังอาจจะถูกนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ในทางไม่ดี เราอาจไม่สามารถลบหรือแก้ไข Digital Footprint ที่ไม่พึงประสงค์ได้

 

  • แบรนด์และธุรกิจ

สำหรับการตลาดของแบรนด์นั้นอาจจะถูกฟ้องร้องได้ ในเรื่องของการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลนั่นเอง เพราะบางทีการใช้เครื่องมือนี้มากจนเกินไป อาจทำให้เป้าหมายเกิดความรำคาญจนฟ้องบริษัทด้วยกฎหมาย Pdpa ได้

Digital Footprint ตัวอย่างที่พบเห็นบ่อย

ตัวอย่างของ Digital Footprint มีเยอะแยะมากมาย เพราะเป็นชีวิตประจำวันที่เราต้องพบเจออยู่เป็นประจำ เพราะทุกวันนี้การใช้อินเทอร์เน็ตคือสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ไปแล้ว ซึ่งเราจะมายก Digital Footprint ตัวอย่าง ให้คุณเห็นภาพชัด มีดังนี้

  • ตัวอย่างที่ 1 เป็นความทรงจำ

เคยไหมที่คุณเข้า Facebook แล้วมีภาพความทรงจำเมื่อ 4 ปีที่แล้วเด้งขึ้นมา เพื่อบอกว่าวันนี้เมื่อ 4 ปีก่อนคุณได้โพสต์ลงบนเพจ นี่คือ Digital Footprint ที่เป็นความทรงจำ ช่วยบันทึกชีวิตของเราว่าเคยทำอะไร และได้ถ่ายรูปอะไรเอาไว้บ้าง

  • ตัวอย่างที่ 2 เป็นเครื่องมือทางการตลาด

เคยไหมที่คุณเข้าไปค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ “Climate Technology” บนอินเทอร์เน็ต จากนั้นพอคุณปิดแล้วข้ามไปยังเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่ค้น แต่ก็ยังมีโฆษณาที่เกี่ยวกับ Climate Tech ขึ้นมาให้คุณเห็น แปลกใจใช่ไหมว่ามาได้อย่างไร นี่เองที่นักการตลาดกำลังติดตามพฤติกรรมของเรา เมื่อเราทำการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพียงเล็กน้อย นักการตลาดก็จะทำการโฆษณานั้นๆ ขึ้นมาให้เราเห็นทันที

ความน่ากลัวของรอยเท้าดิจิทัล ภัยสังคมที่เห็นบ่อย ในประเทศไทย

รอยเท้าดิจิทัล

ในด้านมืดของ Digital Footprint นี้มีตัวอย่างให้เห็นมากมาย และเป็นเรื่องที่กำลังโด่งดังในสังคมตอนนี้ นั่นก็คือ โจรออนไลน์ ที่กำลังระบาดไปทั่ว โดยทั่วไปแล้วมักจะมาจากการที่เราได้ทิ้งร่องรอยข้อมูลส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ตนั่นเอง ด้านมืดของ รอยเท้าดิจิทัล นั้นแสดงให้เห็นอยู่ทุกวัน มีข่าวบ่อยๆ ว่าคนแก่ถูกหลอกให้โอนเงิน ปลอมบัญชี หลอกเป็นประกันภัย สิ่งเหล่านี้คือภัยในสังคมคนไทยมายาวนาน นอกจากนั้นยังมีเรื่องของคนดังที่มักจะถูกแฉเรื่องราวในอดีต ซึ่งข้อมูลที่ถูกขุดก็เป็นร่องรอยทางดิจิทัลเช่นกัน นอกจากคนดังแล้ว ตัวเราเองก็ควรระมัดระวังด้วย เพราะพลาดแค่นิดเดียวอาจถูกดูดเงินในบัญชีได้ทันที เนื่องจากเทคโนโลยีสมัยนี้ก้าวหน้าไปมาก จึงเป็นช่องทางให้โจรหันมาก่อเหตุทางออนไลน์มากขึ้น และนอกจากโจรนั้น ก็ยังต้องระวังการโพสต์ความคิดเห็นส่วนตัวลงโซเชียลด้วย เช่น การโพสต์ความคิดเห็นทางการเมือง วิพากษ์วิจารณ์รูปร่างคนอื่น การคุกคามทางเพศ สิ่งเหล่านี้อาจทำให้คุณถูกฟ้อง และต้องเสียเงินโดยใช่เหตุ

สรุป Digital Footprint เอื้อประโยชน์ต่อนักการตลาด แต่คือภัยต่อบุคคล

สิ่งที่หลงเหลือบนอินเทอร์เน็ตอย่าง Digital Footprint เป็นการทิ้งร่องรอยของเราบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์ การลงข้อความ ซึ่งการตลาดด้วย Digital Footprint คือ การใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ปรับปรุงสินค้าและบริการ เพิ่มประสิทธิภาพของการโฆษณาและการสื่อสาร ตัวช่วยนี้แบ่งออกเป็น 2 แบบคือ ข้อมูลที่เราทิ้งไว้โดยไม่ได้ตั้งใจและข้อมูลที่เราตั้งใจทิ้งเอาไว้บนโลกออนไลน์ เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ต่อคนทุกกลุ่มแต่ก็มีผลเสียที่หนักหนาเช่นกัน เป็นเครื่องมือที่ดีต่อการตลาดออนไลน์อย่างพวกผู้ รับทำเว็บ WordPress และผู้ขายของออนไลน์ แต่เป็นภัยสำหรับบุคคลทั่วไปที่กรอกข้อมูลส่วนบุคคล หรือเคลื่อนไหวบนโลกโซเชียลเป็นประจำ