keyword research คือ_ace

Keyword Research คืออะไร วิธีหา Keyword SEO

มีอะไรบ้าง

การทำ Keyword Research คือ อะไรนั้นเดี๋ยวเราจะมาพูดถึงกัน แต่เครื่องมือนี้มีจุดเปลี่ยนในช่วงปี 2000 ซึ่งเป็นช่วงที่การรีเสิร์ชคีย์เวิร์ดถูกลดความสำคัญลง คีย์เวิร์ด SEO บนเว็บไซต์ จากการใช้เครื่องมือช่วยหาคีย์เวิร์ดจัดว่าเป็นวิธีการที่ Google มองว่าไม่มีคุณภาพ จึงตอบสนองด้วยการอัปเดตอัลกอริทึมใหม่ๆ อยู่เสมอ โดยเป้าหมายของการอัปเดต คือต้องการทำความเข้าใจว่าผู้ใช้ต้องการอะไร และให้บริการพวกเขาด้วยผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

 

การทำ Keyword Research คืออะไร

ความหมายของ Keyword Research คือ วิธีการเริ่มต้นในการทำ SEO ซึ่งจะเริ่มจากการค้นหา วิเคราะห์ และใช้วลีที่ผู้คนใช้ค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตมาทำบทความต่างๆ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง SEO Keyword คือ การทำความรู้จักกับการใช้คำของผู้ที่มีโอกาสเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง ซึ่งการวิจัยคำหลักนี้มีความสำคัญสำหรับการตลาดออนไลน์ เนื่องจากช่วยให้นักการตลาดสามารถระบุคำหลักที่ผู้คนใช้ค้นหาผลิตภัณฑ์หรือบริการของตนได้ เมื่อนักการตลาดเข้าใจคำหลักที่ผู้คนใช้ค้นหา พวกเขาสามารถปรับเนื้อหาและกลยุทธ์การตลาดให้เหมาะสมเพื่อดึงดูดผู้ชม

keyword research

อัลกอริทึมที่มีผลต่อการทำ Keyword Research คืออะไรบ้าง

การทำ Keyword Research คือ การค้นหาหรือวิจัยคีย์เวิร์ดต่างๆ เพื่อให้ติดอันดับบนการค้นหาของกูเกิล ทั้งนี้ทาง Google เองก็จะทำการอัปเดตอัลกอริทึมอยู่เสมอ ตัวที่สำคัญที่สุดที่มีอิทธิพลต่อ คีย์เวิร์ด SEO มีดังนี้

 

  • Google Panda

Google Panda มีหน้าที่ลงโทษเนื้อหาที่มีคุณภาพต่ำ และข้อความที่ซ้ำกัน เป็นอัลกอริทึมที่เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดอันดับของเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาคุณภาพต่ำหรือเนื้อหาที่ซ้ำซ้อนนั่นเอง

  • Google Penguin

Google Penguin มีหน้าที่ลงโทษการใช้คีย์เวิร์ดที่ผิดธรรมชาติ เปิดตัวครั้งแรกในเดือนเมษายน 2555 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดอันดับของเว็บไซต์ที่ใช้เทคนิคการจัดอันดับแบบไม่เหมาะสม (Black Hat SEO) 

 

  • Google Hummingbird

Google Hummingbird ช่วยปรับปรุงการค้นหาความหมาย และมุ่งเน้นไปที่ความตั้งใจในการค้นหา เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกันยายน 2556 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ Keyword Research คือ การค้นหาที่ตรงกับเจตนาของผู้ค้นหามากขึ้น

การรีเสิร์ช Keyword SEO ควรทำตอนไหน

เนื่องจาก Keyword Research คือ หนึ่งในงาน SEO ที่สำคัญที่สุดและเป็นวิธีการที่ช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงผู้คนจำนวนมากขึ้นด้วยเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณ ดังนั้นการ หา Keyword SEO จึงเป็นขั้นตอนแรกของการปรับแต่งเว็บไซต์ ให้ติดอันดับบนเครื่องมือการค้นหา จากการวิเคราะห์เราได้สรุป 3 โอกาสที่เหมาะจะทำการรีเสิร์ช คีย์เวิร์ด SEO ดังนี้

 

  1. กำลังมองหากลุ่มการตลาดใหม่ๆ 
  2. มองหาแนวคิดเนื้อหาใหม่ๆ
  3. เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อหาที่มีอยู่
keyword research คือ

ขั้นตอนการทำ Keyword Research มีอะไรบ้าง

ขั้นตอนการหา Keyword Research คือ ส่วนสำคัญที่ต้องรู้ สำหรับหัวข้อนี้เราได้ทำการแบ่งกระบวนการหา Keyword SEO ทั้งหมดออกเป็น 3 ขั้นตอนหลักดังนี้

 

ขั้นตอนที่ 1 ค้นหาคีย์เวิร์ด

ก่อนจะเขียนบทความ ทำการตลาดออนไลน์ สิ่งแรกที่คุณต้องรู้ ก็คือกลุ่มเป้าหมายกำลังมองหาอะไร ซึ่งการทำ Keyword Research คือ ตัวช่วยที่จะให้คุณมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในการสร้างหัวข้อเจ๋งๆ ที่ตรงกับความต้องการ สมมุติว่า คุณเปิดเว็บเกี่ยวกับการเดินป่า คีย์เวิร์ดที่คุณต้องการใช้ อาจหนีไม่พ้น “การเดินป่า แต่ปัญหาของคำสั้นๆ เหล่านี้ก็คือจำนวนคู่แข่งที่สูงนั่นเอง ถ้าหากคุณลองเจาะลึกลงไปที่การค้นหาอาจพบว่ามีคีย์เวิร์ดที่น่าสนใจอย่างอื่นที่เกี่ยวข้องกับร้านของคุณอีก เช่น

 

  • การเดินป่าเผาผลาญได้กี่แคล
  • นาฬิกา gps เดินป่า
  • ขึ้นภูกระดึงใช้เวลากี่ชั่วโมง

จากตัวอย่างนี้เรียกว่า Long-Tail Keywords ประโยคที่มีความเฉพาะเจาะจง ประกอบด้วยคำตั้งแต่ 3 คำขึ้นไป มีปริมาณการค้นหาที่ต่ำกว่า และแน่นอนว่าอัตราการแข่งขันก็ย่อมต่ำด้วยเช่นกัน

หา keyword seo

จากภาพ จะเห็นได้ว่า Long-Tail Keywords สามารถช่วยให้เกิด Traffic เพิ่มมากขึ้น เพราะยุคสมัยนี้ผู้คนนิยมเข้ามาเสิร์ชหาข้อมูล แนวทาง และวิธีแก้ปัญหาบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะให้คำมีเป็นประโยคยาวๆ ดังนั้นสิ่งที่คุณควรทำก็คือการเน้นไปที่ Long-Tail Keywords ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในขณะนี้

 

ต่อไปคุณต้องรู้จักเครื่องมือ และแพลตฟอร์มที่ช่วยให้คุณ หา Keyword SEO ได้ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องมือมากมายให้คุณได้เลือกใช้ไม่ว่าจะเป็น Google Keyword Planner, Keyword tools, Google suggestions, ubersuggest และ Google Search Console เป็นต้น

 

ซึ่งในบทความนี้เราจะยกตัวอย่าง Google Keyword Planner มาให้คุณได้ดูเป็นไกด์ไลน์ ซึ่ง Google Keyword Planner นั้นเป็นเครื่องมือค้นหาคีย์เวิร์ดฟรี เริ่มแรกคุณต้องสร้างบัญชี Google Ads หลังจากลงชื่อสมัครใช้ ให้ไปที่เครื่องมือ (Tools) และไปที่เครื่องมือวางแผนคำหลัก (Keyword Planner)

เลือกค้นหาคำหลักใหม่ (Discover new keywords) และป้อนคีย์เวิร์ด เพื่อรับคำแนะนำ

google keyword idea

หลังจากนั้นคุณจะเห็น คีย์เวิร์ดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคำที่คุณค้นหา พร้อมกับปริมาณการค้นหา การเปลี่ยนแปลง +/- จาก 3 เดือนที่ผ่านมา หรือ ระหว่างปี พร้อมทั้งดูความยากง่ายในการแข่งขันได้ด้วย

ขั้นตอนที่ 2 การวิเคราะห์คีย์เวิร์ด

ขั้นตอนที่ 2 ของการทำ Keyword Research คือ การวิเคราะห์คีย์เวิร์ด สามารถแบ่งออกมาเป็น 3 หลักดังนี้ ความนิยม, ความยาก และความเกี่ยวข้องของ Keyword หรือที่เรียกว่ากฎของขาตั้งกล้อง 3 ขา (The Keyword Tripod Rule)

คีย์เวิร์ด seo
  1. ความยอดนิยมของคีย์เวิร์ด

หากอยากรู้ว่าคีย์เวิร์ดไหนเป็นที่นิยมสามารถดูได้จาก ปริมาณการค้นหา (search volume)  โดยปกติจะคำนวณเป็นค่าเฉลี่ยรายเดือน โดยอิงจาก 12 เดือนล่าสุด

 

*เครื่องมือค้นหาบางตัวจะแสดงผลแค่ Local SEO คือ อะไรบ้างเท่านั้น ไม่ได้แสดงผลความนิยมทั่วโลก

 

  1. ความยากของคีย์เวิร์ด

เราสามารถเช็กความยากง่ายของคีย์เวิร์ดได้จากเครื่องมือ Keyword Research คือ ยิ่งค่าความยากของคีย์เวิร์ดสูงเท่าใด การที่อันดับของคีย์เวิร์ดกับเว็บไซต์ของคุณจะขึ้นมาบนหน้าแรกๆ ก็จะยิ่งยากขึ้นเท่านั้น

 

  1. ความเกี่ยวข้อง (Search Intent หรือ จุดประสงค์ของการค้นหา)

การวิเคราะห์ SERP (Search Engine Results Page) ควรเป็นส่วนสำคัญของทุกๆ การทำ Keyword Research 

 

  • ประการแรก คุณสามารถประเมินความยากของคีย์เวิร์ดได้ดีขึ้นโดยดูการจัดอับดับของเว็บไซต์
  • ประการที่สอง ช่วยให้คุณค้นพบจุดประสงค์ในการค้นหาของคน ที่อยู่เบื้องหลังคีย์เวิร์ดต่างๆ เพื่อดูว่าคีย์เวิร์ดนั้นเกี่ยวข้องกับเนื้อหาของคุณหรือไม่

โดยจุดประสงค์ในการค้นหาของผู้คนมักจะแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบดังนี้

  1. การนำทาง (Navigational) – ผู้ใช้กำลังค้นหาเว็บไซต์/แบรนด์ ที่ต้องการโดยเฉพาะ
  2. ข้อมูล (Informational) – ผู้ใช้กำลังค้นหาข้อมูลทั่วไป
  3. ธุรกรรม (Transactional ) – ผู้ใช้ต้องการซื้อบางอย่างทางออนไลน์
  4. เชิงการค้า (Commercial) – ผู้ใช้ต้องการทำรีเสิร์ชก่อนซื้อ
seo keyword คือ

จากภาพ คือตัวอย่าง คีย์เวิร์ดและประเภทเนื้อหาสำหรับจุดประสงค์ในการค้นหาของผู้คนแต่ละรูปแบบ

 

ขั้นตอนที่ 3 การใช้คีย์เวิร์ด

หลังจากที่คุณวิเคราะห์คีย์เวิร์ดได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ คุณต้องวางแผนการใช้คีย์เวิร์ดเหล่านั้นอย่างไร ในบทนี้เราจะมานำเสนอหลักการที่เป็นประโยชน์และเคล็ดลับในการใช้คีย์เวิร์ดอย่างถูกต้อง โดยเราขอแนะนำให้คุณรู้จักจัดสรรบทความตามหัวข้อโดยมีการแบ่งกลุ่ม หรือหมวดหมู่ (Content Hubs)

keyword research hob model

แบบจำลองโครงสร้างของ content Hubs

 

ภายในโมเดลนี้จะแบ่งเนื้อหาเป็น 2 ประเภทดังนี้

  1. Pillar Content: เป็น Main Post โดยมีหน้าที่ครอบคลุมหัวข้อแบบกว้างๆ (กำหนดคีย์เวิร์ดเป้าหมายทั่วไปแบบกว้างๆ ไม่เจาะจง)
  2. Cluster Content: เป็นวงนอกที่ใช้สำหรับทำ Blog Posts ที่เป็นหัวข้อย่อยที่แตกออกมา (จะมีการกำหนดคีย์เวิร์ดเป้าหมายที่แคบลงมาแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น)

โดยที่ทั้ง Pillar Content และ Cluster Content ต่างช่วยซัพพอร์ต และมีการลิงก์หากันและกัน เช่น คุณมี Focus Keyword และ หัวข้อบทความ Pillar คือ “วิ่งจ็อกกิ้ง”  ดังนั้น Focus Keyword และหัวข้อที่น่าจะเป็นไปได้ของบทความ Cluster ตัวอย่างเช่น  ประเภทของการวิ่งจ็อกกิ้ง, ประโยชน์ของการวิ่งจ็อกกิ้ง หรือ รองเท้าวิ่งจ็อกกิ้งที่ดีที่สุด สิ่งนี้จะช่วยให้คุณสามารถมองภาพรวมได้อย่างละเอียด สามารถสร้างหัวข้อเนื้อหาได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น

 

การใช้ Focus Keyword

เมื่อคุณเลือก Focus Keyword ที่จะทำได้แล้วให้นำคีย์นั้นมากระจายในส่วนอื่นๆ ของหน้านั้นๆ ด้วย เช่น

 

  •  แท็กชื่อเรื่อง (title tag)
  • ส่วนหัวของหน้า (heading)
  • เนื้อหา (Body)
  • Anchor texts สำหรับทำ Internal link ที่จะไปยังหน้านั้นๆ

*หมายเหตุ: อย่าพยายามยัด Keyword มากจนเกินไป ขอแนะนำให้เขียนให้เป็นธรรมชาติและไหลลื่นที่สุด

 

บทสรุปของ Keyword Research คือ หนทางเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ดี

การทำ Keyword Research คือ การทำวิจัยคำค้นหาที่มีปริมาณการค้นหาสูง นักวิจัยจะต้องเลือกคำที่เหมาะสมกับธุรกิจที่ทำเพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้งานเข้ามาที่เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของตัวเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นการทำ Keyword Research จะต้องใช้ความชำนาญและเวลาค่อนข้างมาก โดยทาง ACE Digital Marketing เป็นเอเจนซี่ รับทําเว็บไซต์ และ SEO เรามีทีมงานที่จะมาช่วยปรับปรุงเนื้อหาในเว็บไซต์ให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน และผลักดันให้เว็บไซต์ได้รับการแสดงผลตรงต่อกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจติดต่อรับคำปรึกษาได้ที่ Line ฟรี