Remarketing มีหลักการอย่างไร ทำไมควรใช้ในกลยุทธ์การตลาด

Remarketing

การทำ Remarketing เป็นกลยุทธ์การตลาดออนไลน์วิธีหนึ่ง โดยใช้การยิงแอดเพื่อโปรโมตสินค้าออกสู่กลุ่มเป้าหมายที่เคยคลิกเข้ามาในเว็บไซต์ของเรา ด้วยการใช้โฆษณาแบบติดตาม เช่น remarketing google ads เป็นต้น เพื่อให้ผู้ใช้แอปของคุณหรือผู้เข้าชมเว็บไซต์มองเห็น เป็นการโน้มน้าวให้มาเยี่ยมชมเพจของเราอีกครั้ง ช่วยกระตุ้นให้เป้าหมายคลิกเข้าสู่เว็บไซต์ หลังจากที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับทางเว็บ เป็นการตลาดที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยเพิ่มยอดขายเนื่องจากกลุ่มลูกค้าคือคนที่เคยสนใจ วิธีการนี้มีลักษณะคล้ายกับการทำตลาดแบบ niche market สามารถใช้ได้ในธุรกิจทุกขนาด มาดูกันว่าการทำรีมาร์เก็ตติ้งจะมีรายละเอียดอะไรบ้าง

remarketing คืออะไร

remarketing คือ

การลงทุนด้วยวิธีโปรโมตอย่าง Remarketing เป็นการเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีแนวโน้มสนใจในผลิตภัณฑ์ของเราสูง เพราะการขายที่ดีไม่ใช่การโปรโมตไปทั่ว แต่คือการโฆษณาต่อกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะ หรือพูดง่ายๆ ได้ว่า remarketing คือ โฆษณาการติดตามแบบปิดที่เน้นลูกค้าที่คุ้นเคยกับสินค้าของเรา หากคุณไปลงทุนขายเครื่องสำอางในงานฟุตบอล แน่นอนว่าคงไม่ได้ผล เพราะคนที่ไปดูกีฬาไม่ได้มีแนวโน้มที่จะอยากซื้อเครื่องสำอางเพื่อความสวยงาม ถือเป็นการลงทุนขายที่ผิดกลุ่มเป้าหมายโดยสิ้นเชิง แต่ถ้าคุณไปขายที่งาน Fashion ก็อาจจะได้กำไรงามๆ กลับมา

remarketing strategy สำหรับกลุ่มเป้าหมาย ทำอย่างไร

กลยุทธ์ของ Remarketing คือการจีบคนที่มีแนวโน้มจะชอบคุณ ด้วยการสังเกตพฤติกรรมต่างๆ ทั้งนี้เราจะมาแนะนำสิ่งที่ควรทำเพื่อให้ remarketing strategy ได้ผลลัพธ์มากที่สุด มาดูกันว่าจะต้องทำอย่างไรให้ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์อยากที่จะซื้อสินค้าของเรา

1. กำหนดสิ่งที่ต้องการ

ควรกำหนดเป้าหมายในการใช้รีมาร์เก็ตติ้ง หากคุณมีวัตถุประสงค์ที่จะทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำ ก็อาจจะทำให้กลุ่มเป้าหมายเห็นโลโก้ของเราบ่อยๆ ถือเป็นการทำความรู้จักกันก่อน แต่ถ้าต้องการกระตุ้นยอดขายก็อาจจะทำการโปรโมตข้อดีของสินค้า โดยเจาะไปยังกลุ่มที่รับรู้ถึงตัวแบรนด์ของเราอยู่แล้ว

2. รวบรวมกลุ่มเป้าหมาย

ในส่วนนี้จะมีกลุ่มเป้าหมายหลักๆ อยู่ 2 แบบคือกลุ่มที่เคยเข้าเยี่ยมชมสินค้ากับกลุ่มที่มีช่องทางการติดต่อโดยเฉพาะ ถ้าหากมีลิสต์ข้อมูลของลูกค้าอยู่แล้วก็มักจะยิงแอดไปที่ E-mail โดยตรง แต่ถ้าเป็นกลุ่มเป้าหมายวงกว้างที่เข้ามาดูเว็บไซต์ของเราเฉยๆ อาจจะใช้โฆษณาติดตามผู้ใช้ แม้ว่าจะออกจากหน้าเว็บไปแล้วก็ตาม เช่น คุณเข้าเว็บเกี่ยวกับ รับทําเว็บไซต์ wordpress เมื่อออกจากการค้นหานั้นแล้วก็ยังมีแบนเนอร์โฆษณาเกี่ยวกับรับทำเว็บขึ้นมาให้คลิก

3. กำหนด Retargeting

ทำการแบ่งกลุ่มของลูกค้าออกเป็น 3 แบบ ดังนี้

  • แบ่งตามพฤติกรรมของผู้ใช้ ทำการวิเคราะห์ว่าผู้ใช้งานสนใจในสินค้าของเราจริงหรือไม่ มีจำนวนการคลิกกี่ครั้ง เป็นต้น
  • แบ่งตามเวลา กำหนดเวลาการยิงโฆษณา โดยวิเคราะห์เวลาระหว่างผู้เข้าชมคลิกเว็บไซต์จนออกจากหน้าเพจ เพื่อดูความเหมาะสมและไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป

แบ่งตามกลุ่มลูกค้าเดิม วิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเดิม แล้วทำ Remarketing ด้วยการยิงโปรโมชัน สิทธิพิเศษหรือสินค้าที่เพิ่งออกมาใหม่ เป็นต้น

4. ช่องทางการยิงโฆษณา

เลือกช่องทางที่เหมาะสมในการทำรีมาร์เก็ตติ้ง เพื่อไม่ให้เป้าหมายเจอกับแอดเดิมๆ จนเกิดความรำคาญใจขึ้นมา สามารถโฆษณาได้ตามแพลตฟอร์มยอดนิยมของคนทั่วไป เช่น โฆษณาบน Google ด้วยการใช้แบนเนอร์, Facebook, youtube, line และ Tiktok เป็นต้น

ประโยชน์หลักๆ ของการทำ remarketing google ads มีอะไรบ้าง

remarketing google ads

ก่อนที่เราจะมาลงรายละเอียดเรื่องของ Remarketing ต้องเข้าใจเป็นอันดับแรกว่าการทำโฆษณาบนกูเกิลนี้มีประโยชน์อย่างไรกับธุรกิจของเรา เพราะการ remarketing คือการลงทุนแบบหนึ่ง ดังนั้นจึงต้องรู้ว่าการจ่ายนี้มีผลดีต่อธุรกิจมากแค่ไหน ซึ่งผลประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้รับ มีดังนี้

1. เพิ่มยอดขาย

เป้าหมายของการใช้โฆษณาติดตามแบบปิดคือการเข้าถึงลูกค้าที่เคยเยี่ยมชมเว็บไซต์มาก่อน ดังนั้นการลงทุนโปรโมตกับคนกลุ่มนี้ จึงมีโอกาสสูงกว่าที่จะขายออก ด้วยการใช้โฆษณาแบนเนอร์ สามารถหาบริษัท รับลงโฆษณา google เพื่อจ้างการโปรโมตให้กับเว็บไซต์ได้

2. เป็นอันดับ 1

เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันสูง ดังนั้นผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราอาจจะลืมเลือนได้ เมื่อเจอเพจอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน ดังนั้นการยิงโฆษณาย้ำจึงเป็นการเตือนว่าอย่าลืมกันนะ ดังเช่นประโยคที่ว่า “น้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันยังกร่อน” การแสดงเว็บให้เขาเห็นบ่อยๆ ย่อมมีโอกาสมากกว่าการปล่อยเบลอให้ผู้เข้าชมลืมเราไป

3. ทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำ

การใช้ Remarketing โปรโมตบ่อยๆ คือการทำให้ตัวแบรนด์ดูเงินหนา จึงดูน่าเชื่อถือและเป็นที่จดจำของผู้คน เมื่อเพิ่มการมองเห็นบ่อยๆ ทำให้แนวโน้มการคลิกเข้าชมมากขึ้น ส่งผลต่อการซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้นตามมาด้วย

4. อัตราการคลิกสูงกว่าโฆษณาอื่น

เป็นวิธีการโฆษณาที่มีอัตราคลิกสูงกว่าการดิสเพลย์แบบอื่นๆ เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วถือว่าการลงทุนกับรีมาร์เก็ตติ้งได้กำไรที่คุ้มค่ามากกว่า

5. กำหนดต้นทุนได้ชัดเจน

สามารถกำหนดต้นทุนในการโฆษณาได้ในแต่ละวัน มีรูปแบบของราคาให้เลือกหลากหลาย หยุดใช้บริการได้ตามต้องการ สิ่งเหล่านี้เป็นตัววิเคราะห์ที่ดีในการบริหารเงิน

6. รูปแบบหลากหลาย

สามารถกำหนดตัว Font, สี และขนาดได้ แถมยังกำหนดโซนของกลุ่มลูกค้าได้ด้วย ทำให้มีการนำเสนออย่างอิสระ

remarketing vs retargeting แตกต่างกันอย่างไร

remarketing vs retargeting

การทำ Remarketing ต่างจากตัว Retargeting ตรงที่ขั้นตอนในการเก็บข้อมูลและการยิงแอด แต่การทำตลาดที่ดีควรทำควบคู่กัน มาดูว่า remarketing vs retargeting เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

  • ความคล้ายคลึงกัน

ทั้งสองตัวเหมือนกันตรงที่มีจุดมุ่งหมายในการเพิ่มยอดขาย และสร้างโอกาสของการมองเห็นให้ธุรกิจมากยิ่งขึ้น

  • ความแตกต่างกัน

ทั้งสองตัวต่างกันตรงที่การยิงแอด โดยตัว Remarketing จะยิงแอดด้วยการโฆษณาไปยังแพลตฟอร์มต่างๆ ด้วยการเก็บข้อมูลก่อนแล้วค่อยทำการยิงโฆษณา แต่ตัว Retargeting จะติดตามข้อมูลการใช้แล้วยิงทันที โดยยิงโฆษณาจากประวัติการเข้าชมเว็บ (Cookie)

บทสรุปของการทำ Remarketing เพื่อกระตุ้นยอดขายของธุรกิจ

สิ่งสำคัญของการทำ Remarketing คือ การโปรโมตแบรนด์ให้ผ่านตากลุ่มเป้าหมายที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับเว็บไซต์ของเรา ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากกว่าการยิงแอดโดยไม่กำหนดกลุ่มลูกค้า การทำ remarketing strategy สำคัญมากที่นักการตลาดต้องรู้ เป็นการโฆษณาที่ได้ผลมากกว่าการดิสเพลย์แบบอื่นๆ สามารถยิงได้หลายช่องทางตามแอปพลิเคชันที่เราใช้เป็นประจำ เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจอโฆษณาในลักษณะนี้ เมื่อคุณทำการค้นหาหรือเข้าไปดูสินค้าชนิดไหน แม้จะไม่ได้อยู่ในเว็บนั้นก็ยังเจอแอดสินค้าแบบเดียวกัน นี่คือการโฆษณาแบบรีมาร์เก็ตติ้งนั่นเอง